Slider

อาเซียนลงนามเปิดเสรีบริการเพิ่ม ชี้ไทยมีโอกาสด้านท่องเที่ยว-ร้านอาหาร

อาเซียนลงนามเปิดเสรีบริการเพิ่ม

อาเซียนลงนามเปิดเสรีบริการเพิ่ม ชี้ไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ จัดงานแสดงสินค้า การประชุม ซ่อมแซมอุปกรณ์ เผยยังได้ผลักดันให้อาเซียนทำความตกลงค้าบริการฉบับใหม่ ตั้งเป้าสรุปปีนี้ ด้านไทยโชว์ความพร้อมรับไม้ต่อเป็นประธานอาเซียนปีหน้า ส่วนประเด็นเศรษฐกิจที่สิงคโปร์ผลักดัน อาเซียนเห็นชอบหมด

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 50 ที่สิงคโปร์ ว่า ที่ประชุมได้ลงนามในเอกสารเพื่อเปิดเสรีการประกอบธุรกิจบริการเพิ่มเติม ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับไทย เพราะอาเซียนอื่นมีการเปิดตลาดบริการเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาขาที่ไทยมีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนได้ เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านการโรงแรมและร้านอาหาร บริการด้านสุขภาพ บริการเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ สถาบันฝึกอบรม การจัดงานแสดงสินค้า การจัดประชุม และการดูแลบำรุงรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น และในส่วนของไทยได้เปิดตลาดให้กับอาเซียนเพิ่มเติมใน 6 สาขาย่อย ได้แก่ บริการคมนาคม เช่น บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และบริการขนส่ง เช่น บริการบำรุงรักษาและซ่อมบำรุงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส

“ในการเปิดเสรีธุรกิจบริการ อาเซียนยังได้ผลักดันให้มีการสรุปการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าบริการอาเซียนฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการปรับปรุงกรอบความตกลงเดิมให้มีความทันสมัย ครอบคลุมสาขาบริการใหม่ๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ การค้าออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนภาคบริการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และดึงดูดการลงทุนเข้ามายังอาเซียนให้มากขึ้น โดยอาเซียนได้ตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้”

น.ส.ชุติมากล่าวว่า ในการชุม ไทยได้แสดงความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนปี 2562 โดยมีแนวคิดที่จะผลักดันให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน มีองค์ประกอบการทำงาน คือ ความเชื่อมโยง ความยั่งยืน และการเตรียมความพร้อมและวางแผนสำหรับอนาคต ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดัน เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า การส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การดำเนินการเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับยุคดิจิทัล

สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจที่สิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนผลักดันในปีนี้ สามารถดำเนินการจนบรรลุผลสำเร็จ ได้แก่ การจัดทำความตกลงว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อาเซียน , การจัดทำกรอบการดำเนินการด้านดิจิทัล , การแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA เพื่อรองรับระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง และการใช้งานระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน