Slider

วิธีเล่น REDDRAGON88 SICBO

Reddragon88 Sicbo เกมส์พนันลูกเต๋า หรือที่บ้านเราเรียกว่าเกมส์ไฮโล เกมส์ลูกเต๋าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนในสมัยโบราณ ลักาณะของลูกเต๋าจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหกด้านแสดงเป็นจุดจำนวนต่าง ๆ คาสิโนออนไลน์ กันตั้งแต่ 1 ถึง 6 ซึ่งในปัจจุบันการนำลูกเต๋ามาพนันจะใช้การเขย่าลูกเต๋า 3 ลูก และใช้พัสดุที่สามารถครอบลูกเต๋าได้จนมิดชิดทำสามลูกแล้วเขย่าให้หน้าลูกเต๋าพลิกเกิดหน้าใหม่ แล้วผู้เล่นจะทำการคาดเดาหรือทำนายผลตัวเลขทึ่ออก

กติกาการเล่น Sicbo

กติกาและวิธีการเล่น Sibo พนันลูกเต๋าของ Reddragon88 มีลักษณะเดิมพันง่าย แต่มีรูปแบบการเดิมพันหลายทางเลือกให้ผู้เล่นสามารถเลือกเสี่ยงโชคได้ตามต้องการ เช่นการแทงต่ำ-สูง ,ผลลูกเต๋า, หน้าของลูกเต๋าที่ออก และแต้มกลาง เมื่อเริ่มเล่นผู้คุมลูกเต๋าจะกดปุ่ม แล้วเครื่องจะเขย่าลูกเต๋าโดยอัตโนมัติ ไฮโลว์ หรือ Sicbo อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดิมพันคือ ลูกเต๋า จะใช้ทั้งหมด 3 ลูกในการทายผลตัวเลขเพื่อเดิมพัน

* หมายเลข 1 : แสดงข้อมูลต่างของผู้เล่น ในส่วนนี้แสดงข้อมูลต่างของผู้เล่น ดังนี้ User ID ของผู้เล่น / Game ห้องเกมที่เข้าเล่น / Result ผลการแทง / Bet จำนวนเงินที่แทงในตานั้นๆ / Balance ยอดเงินทั้งหมดคงเหลือ(ไทย) และ Start Betting เวลาในการวางเดิมพัน
* หมายเลข 2 : กระดานสำหรับให้ท่านลูกค้าคลิกเลือก วางเดิมพัน ไฮโลออนไลน์ Report สรุปผลการแทงทั้งหมดที่เข้าเล่น / Video มีให้เลือกรับชม / Menu กลับไปหน้าหลัก / HD เลือกรับชมภาพแบบปกติหรือ HD / ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปิด
* หมายเลข 3 : ตารางแสดงสถิติผลการเล่น Sicbo (ไฮโล) ย้อนหลังในแต่ละตาที่ผ่านมา
* หมายเลข 4 : ตารางสรุปยอดเงินคงเหลือของผู้เล่น / ยอดเงินที่ว่างเดิมพัน / ยอดเงินชนะเกมที่ได้ในตานั้น / สรุปสถิติการชนะเกมทั้งหมดโดยจะแบ่งเป็นประเภทให้ E,S,T,B,O ซึ่งจะแสดงจำนวนการชนะเกมทั้งหมด
หมายเลข 5 : ภาพวีดีโอแสดงผลลูกเต๋าที่ออกในตานั้นๆ มีสองมุมกล้อง

การศึกษาของไทยเมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียน

เรื่องของระบบการศึกษาถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับทุกๆ ประเทศ เพราะการที่ประเทศจะพัฒนาได้นั้นการศึกษาศึกนับว่าเป็นตัวการหลักในการที่จะช่วยสร้างบุคลากรชั้นดีให้ขึ้นมาพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพ ไม่แปลกที่แต่ละประเทศนั้นจะเน้นในเรื่องของการศึกษาเป็นอย่างมากเพื่อให้เหล่าบรรดาเด็กๆ รุ่นใหม่ หรือว่าใครก็ตามที่สนใจใฝ่เรียนรู้ได้เล่าเรียนศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเองไปในจุดที่ดีที่สุดของความรู้ในด้านต่างๆ

สำหรับด้านการศึกษาในประเทศไทยเองก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนนั้นต่างก็เห็นคุณค่าและก็รู้ดีว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยทำให้ประเทศไทยพัฒนาไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนหากมีการเปรียบเทียบทางด้านการศึกษาแล้วต้องบอกว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบการศึกษาไทยในความเป็นจริงแม้แต่ในภูมิภาคอาเซียนเองเรายังไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 ได้ หรือจะพูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือระบบการศึกษาไทยเมื่อเทียบกับเหล่าบรรดาประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ของไทยเรายังเป็นรองอยู่ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นในเรื่องของภาษาอังกฤษ อาจจะด้วยความที่ประเทศไทยเองไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่นๆ ไม่เคยโดนพวกล่าอาณานิคมเข้ามาย่างกรายเมื่อถึงจุดที่ยุคล่าอาณานิคมหมดไป ภาษาที่คนไทยใช้จึงยังนิยมใช้กันอยู่แค่ภาษาไทยในขณะที่ประเทศอื่นๆ เมื่อยุคที่เขาโดนพวกประเทศล่าอาณานิคมเข้ามาปกครอง คนเหล่านั้นก็ได้มีการสอนภาษาต่างประเทศให้กับคนในประเทศเหล่านั้นให้อ่านออก เขียนได้ และเป็นความรู้ที่ถูกใช้ติดตัวกันมาจนทุกวันนี้ นี่ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดของการศึกษาไทยที่ยังไม่สามารถจัดพัฒนาได้ทัดเทียมกับนานาประเทศในแถบอาเซียน

ถ้าหากจะบอกว่าประเทศใดที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในกลุ่มอาเซียนก็คงต้องยกให้ประเทศสิงคโปร์เพราะด้วยความที่ประเทศนี้นับว่าเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องของการติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศนอกอาเซียนพวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจกับเรื่องการศึกษาให้มากที่สุดเพื่อให้ประชากรของพวกเขาสามารถเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่คนไทยทุกคนควรจะลบล้างออกจากความคิดให้หมดนั่นก็คือแนวคิดที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เก่งที่สุดหรือเหนือกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียน เพราะถ้ามองในความเป็นจริงแล้วนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรเข้ามาใส่ใจกับการศึกษาในด้านต่างๆ ให้มากจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่าประเทศอื่นในอาเซียนอย่างแน่นอนในอนาคต

ประวัติความเป็นมาของอาเซียน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2504 โดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ได้ร่วมกันจัดตั้งสมาคมอาสา หรือ Association of South East Asia ขึ้นเพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดำเนินการได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่าง ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย

      จนกระทั่งต่อมามีการฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างประเทศขึ้น จึงได้มีการแสวงหาลู่ทางจัดตั้งองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นในภูมิภาค “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และพันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร โดยมีการลงนาม “ปฏิญญากรุงเทพ” ที่พระราชวังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 จาก ปฏิญญาอาเซียน ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกก่อตั้ง 10ประเทศ ได้แก่ ทุกประที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้น ติมอร์-เลสเต้

      ความประสงค์ของการจัดตั้งกลุ่มอาเซียนขึ้นมาเกิดจากความต้องการสภาพแวดล้อมภายนอกที่มั่นคง (เพื่อที่ผู้ปกครองของประเทศสมาชิกจะสามารถมุ่งความสนใจไปที่การสร้างประเทศ) ความกลัวต่อการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ความศรัทธาหรือความเชื่อถือต่อมหาอำนาจภายนอกเสื่อมถอยลงในช่วงพุทธทศวรรษ 2500 รวมไปถึงความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การจัดตั้งกลุ่มอาเซียนมีวัตถุประสงค์ต่างกับการจัดตั้งสหภาพยุโรป เนื่องจากกลุ่มอาเซียนถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนความเป็นชาตินิยม

วิธีเล่น จีคลับ ไฮโลออนไลน์

GCLUB ไฮโลออนไลน์ (Sicbo online) เป็นเกมส์พนันที่คนไทยรู้จักดี อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุค ทุกสมัย โดยเฉพาะในแถบๆต่างจังหวัด เวลามีงานศพ จะมีการตั้งวงเล่น ไพ่ ไฮโล เกือบๆ ทุกงาน

ไฮโลออนไลน์ ในปัจจุบัน ถูกพัฒนาให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ให้อยู่ในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ (E-game) พัฒนาให้สามารถเล่นในรูปแบบออนไลน์ ผ่านเว็บ ผ่านมือถือ สามารถเล่น ที่ไหน ก็ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวกสบาย สำหรับลูกค้าทุกๆท่าน หากท่านสนใจก็สามารถสมัครเล่น ไฮโลออนไลน์ กับเราได้ โดยสมัครเล่นไฮโลออนไลน์ ขั้นต่ำ 500 บาท ก็สนุกได้แล้ว

การเล่นจีคลับ ไฮโลออนไลน์
  จีคลับ ไฮโลออนไลน์ มีรูปแบบและกติกาการเล่นเหมือนกับการเล่น พนันไฮโลทั่วไป เกมพนันสดไฮโลออนไลน์ ที่ท่านสามารถเข้าเล่นได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ และผ่านโปรแกรม จีคลับ ไฮโลออนไลน์ หรือเกมลูกเต๋า นั้นมีรูปแบบการแทงที่หลากหลาย คาสิโนออนไลน์ โดยท่านลูกค้าสามารถดูรายระเอียดส่วนต่างๆของหน้าเกม จีคลับ ไฮโลออนไลน์ ได้จากข้อมูลด้านล่างนี้ล่างนี้

1.ภาพวีดีโอบรรยากาศการเล่น ไฮโลว์ Gclub มีสองมุมกล้อง
2.กระดานสำหรับให้ท่านลูกค้าคลิกเลือก วางเดิมพัน ไฮโลออนไลน์
3.แสดงเวลาที่เหลือในการวางเดิมพันในแต่ล่ะรอบ / ชิป / เมนูต่างๆในเกม
4.ตารางแสดงบันทึกผล ลูกเต๋า ไฮโล ในเกมที่ผ่านมา

  รูปแบบการแทง ไฮโลออนไลน์
ไฮโลว์ Gclub คาสิโน เพื่อสุ่มหาแต้มของลูกเต๋าจะมีลูกเต๋าทั้งหมด 3 ลูก แต่ละลูกจะมี 6 หน้า ตั้งแต่หมายเลข 1 ถึงเลข 6 จึงเป็นที่มาของการเล่นที่หลากหลายรูปแบบ

1.การเต็ง สูง – ต่ำ จ่ายต่อเดียว โดยนับแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก
2.การเต็งเลข จ่ายต่อเดียว โดยสามารถดูได้จากลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ถ้ามีเลขที่วาง เดิมพันไป ภายในลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ก็จะชนะ แต่ลูกภายใน 3 ลูกนี้ มีเลขที่วาง เดิมพัน 2 ลูก ก็จะได้ 2 ต่อ และ ถ้าภายใน 3 ลูกนี้ มีเลขที่วางเดิมพัน ทั้ง 3 ลูก ก็จะได้ 3 ต่อ
3.การโต๊ดเลข จ่าย 5 ต่อ โดยเลือกเลขที่จะวางเดิมพันมา 2 เลขโดยหวังว่า ลูก เต๋าทั้ง 3 ลูกนี้ จะมีเลขที่โต๊ดไว้ออก
4.การโต๊ดเลขคู่ จ่าย 8 ต่อ โดยเลือกเลขที่จะวางเดิมพัน 1 เลข โดยกะว่าลูกเต๋า ทั้ง 3 ลูกนี้ จะมีเลขที่โต๊ดไว้ออกเหมือนกัน 2 ลูก
5.การเต็งแต้มรวม จ่ายตามแต้มที่ออก โดยนับแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก จะมีแต้ม รวมตั้งแต่ 4 แต้ม จนถึง 17 แต้ม ให้เลือกเล่นกติกา gclub เกมไฮโล

อาหาร ประเทศอาเซียน

ประเทศไทย
ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong) แค่เอ่ยชื่อก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ต้มยำกุ้งเป็นอาหารคาวที่เหมาะสำหรับรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมของสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบในต้มยำกุ้ง นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี

และเนื่องจากต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว และเผ็ดเป็นหลัก ทำให้รับประทานแล้วไม่เลี่ยน จึงทำให้ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงชาวต่างชาติเองก็ติดอกติดใจในความอร่อยของต้มยำกุ้งเช่นเดียวกัน

“โดรนการเกษตร” เลือกไทยประเดิมตลาดอาเซียน

แม้ว่า 70% ของประชากรโลกทำงานเกี่ยวกับการเกษตร แต่แนวโน้มแรงงานในภาคการเกษตรกำลังลดลง จุดประกายให้ “DJI” ผู้พัฒนาอากาศยานไร้คนขับ “โดรน” สร้างเครื่องมือที่ “เร็วและมีประสิทธิภาพ” ทดแทน

“เจียดง ซุน” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจด้านการเกษตร DJI ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกระบุว่า ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณอาหารไม่เพิ่มตาม แต่ละปีมีประชากรกว่า 870 ล้านคนได้รับอาหารไม่เพียงพอ และภายในปี 2593 จะเพิ่มเป็น 2 พันล้านคน การเกษตรเป็นส่วนสำคัญที่จะแก้ปัญหานี้ DJI จึงเริ่มทำคอมเมอร์เชียลโดรนเพื่อการเกษตรมากขึ้น

โดยเริ่มทำตลาดแล้วในจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ส่งผลให้รายได้ 80% มาจากต่างประเทศ โดยใช้การหาพาร์ตเนอร์ที่มีความรู้ และสร้างศูนย์ฝึกอบรมการบินให้เกษตรกรและให้ความรู้คนที่สนใจ ซึ่งรวมไปถึงสตาร์ตอัพ เพื่อสร้างเซอร์วิสโพรไวเดอร์และสร้างอีโคซิสเต็มที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ปัจจุบันในจีนมีเซอร์วิสโพรไวเดอร์ 2,000 ราย มีโดรนเพื่อการเกษตร 16,000 ตัวทั่วประเทศ มีพื้นที่เกษตรใช้งานแล้ว 37.5 ล้านไร่

“ในจีนและญี่ปุ่นการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านการเกษตร ไม่ใช่เกษตรกร แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยี ก็เข้ามาทำธุรกิจให้เช่าหรือเป็นเซอร์วิสโพรไวเดอร์ให้กับเกษตรกร โดรนจึงสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม”

สำหรับไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ DJI ทำตลาดนี้ เนื่องจากการเกษตรเป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ คิดเป็น 10-12% ของ GDP และมีพื้นที่การเกษตรกว่า 62.5 ล้านไร่ ทั้งยังส่งออกข้าวเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่แรงงานด้านการเกษตรมีเพียง 1 ใน 3 ของประชากร และส่วนใหญ่สูงอายุแล้ว มีแรงงานรุ่นใหม่เข้ามาน้อยลง

ส่วนการทำตลาดในไทยจะใช้รูปแบบเดียวกับประเทศอื่นคือ หาพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการเกษตรสำหรับขายสินค้า และเปิดหลักสูตรโดรนเพื่อการเกษตรให้ความรู้ว่าสามารถใช้ในรูปแบบใดได้บ้าง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะรวมถึงคนรุ่นใหม่, สตาร์ตอัพ หรือคนที่ต้องการนำโดรนไปประกอบธุรกิจ

เบื้องต้น DJI ยังไม่ได้คาดหวังเรื่องรายได้ แต่ต้องการข้อมูลเพื่อไปปรับปรุงบริการเพิ่มเติม รวมถึงให้ความรู้กับตลาด ซึ่งมองว่าราคาไม่น่าเป็นปัญหา แม้จะอยู่ที่หลักแสนบาท เพราะรายได้ต่อปีของเกษตรกรไทยกับจีนไม่ได้ต่างกัน อีกทั้งยังคืนทุนได้ใน 6 เดือน

ขณะที่กฎหมายการลงทะเบียนโดรนจะช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมกับการใช้งานไปได้ควบคู่กัน เพื่อให้มีการใช้ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

สำหรับโดรนที่จะเปิดตัวในไทยเป็นรุ่นอะกราส์ เอ็มจี-วันพี (Agras MG-1P) ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีเรดาร์ที่แม่นยำสูง สามารถรักษาระดับการบินเมื่อมีพื้นที่ไม่เท่ากัน หยุดได้เมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และบินกลับเองได้ รวมทั้งมีจอแสดงผลสำหรับผู้บังคับ รับน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม ศักยภาพในการบินครอบคลุมพื้นที่ 25 ไร่/ชั่วโมง พร้อมพ่นสเปรย์รัศมี 4-6 เมตร เปิดขายปลายเดือน ก.ย.นี้ แต่ยังเปิดเผยราคาไม่ได้ เพราะคิดตามแพ็กเกจที่ต้องการ อาทิ จำนวนแบตเตอรี่ เบื้องต้นจะมีแบบสำหรับพ่นของเหลวเท่านั้น ยังไม่มีแบบพ่นของแข็ง เช่น ปุ๋ยเม็ด เป็นต้น แต่อุปกรณ์ส่วนนี้สามารถถอดเปลี่ยนได้เอง

ด้าน “จตุพงศ์ โตวรรธกวณิชย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.เอ.ที.ไอ. แพลตฟอร์ม จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโดรนการเกษตร กล่าวว่า ย้อนไป2 ปีก่อน โดรนยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ปี

ที่ผ่านมาเกษตรกรตื่นตัวมากขึ้น เพราะภาครัฐและบริษัทที่ทำด้านการเกษตรมีการประชาสัมพันธ์และนำไปทดลองใช้ เช่น มีการซื้อโดรนเพื่อไปทดสอบในการใช้ร่วมกับสารเคมีหรือปรับปรุงสูตรที่ใช้กับโดรนโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีแบรนด์โดรนที่ทำตลาดในไทยประมาณ 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จีน ซึ่งคุณภาพค่อนข้างดี สามารถสู้กับแบรนด์ฝั่งยุโรปได้ แต่มีราคาถูกกว่า ปัจจุบันแบรนด์จีนหรือโดรนประกอบเองมีราคาหลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท

โดยบริษัทจะมีบริการครบวงจรทั้งจำหน่าย, จัดศูนย์อบรมการบิน, รับซ่อม รวมทั้งจัดการลงทะเบียนทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีบริการรับฉีดพ่น ซึ่งมีโดรนในระบบราว 30 เครื่อง คิดไร่ละ 80-100 บาท พื้นที่ที่ให้บริการส่วนใหญ่เป็นภาคกลาง, ภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสานบางส่วน ส่วนใหญ่เป็นไร่อ้อย, มันสำปะหลัง และข้าว

สำหรับรายได้ของบริษัทมาจากการขายและงานเซอร์วิสอย่างละครึ่ง โดยต่อไปจะหาซับดีลเลอร์ในการให้บริการฉีดพ่น เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการ ซึ่งมองว่าการจะซื้อโดรนมาใช้อาจจะไม่คุ้มค่าสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย ดังนั้นอาจจะรวมกลุ่มกันซื้อหรือเช่าใช้เพราะโดรนช่วยให้ทำงานเร็วกว่าคนมาก ที่ผ่านมาจากการพ่นยา 100 ไร่ใช้เวลาวันเดียวเสร็จ

อาเซียนลงนามเปิดเสรีบริการเพิ่ม ชี้ไทยมีโอกาสด้านท่องเที่ยว-ร้านอาหาร

อาเซียนลงนามเปิดเสรีบริการเพิ่ม ชี้ไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ จัดงานแสดงสินค้า การประชุม ซ่อมแซมอุปกรณ์ เผยยังได้ผลักดันให้อาเซียนทำความตกลงค้าบริการฉบับใหม่ ตั้งเป้าสรุปปีนี้ ด้านไทยโชว์ความพร้อมรับไม้ต่อเป็นประธานอาเซียนปีหน้า ส่วนประเด็นเศรษฐกิจที่สิงคโปร์ผลักดัน อาเซียนเห็นชอบหมด

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 50 ที่สิงคโปร์ ว่า ที่ประชุมได้ลงนามในเอกสารเพื่อเปิดเสรีการประกอบธุรกิจบริการเพิ่มเติม ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับไทย เพราะอาเซียนอื่นมีการเปิดตลาดบริการเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาขาที่ไทยมีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนได้ เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านการโรงแรมและร้านอาหาร บริการด้านสุขภาพ บริการเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ สถาบันฝึกอบรม การจัดงานแสดงสินค้า การจัดประชุม และการดูแลบำรุงรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น และในส่วนของไทยได้เปิดตลาดให้กับอาเซียนเพิ่มเติมใน 6 สาขาย่อย ได้แก่ บริการคมนาคม เช่น บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และบริการขนส่ง เช่น บริการบำรุงรักษาและซ่อมบำรุงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส

“ในการเปิดเสรีธุรกิจบริการ อาเซียนยังได้ผลักดันให้มีการสรุปการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าบริการอาเซียนฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการปรับปรุงกรอบความตกลงเดิมให้มีความทันสมัย ครอบคลุมสาขาบริการใหม่ๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ การค้าออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนภาคบริการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และดึงดูดการลงทุนเข้ามายังอาเซียนให้มากขึ้น โดยอาเซียนได้ตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้”

น.ส.ชุติมากล่าวว่า ในการชุม ไทยได้แสดงความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนปี 2562 โดยมีแนวคิดที่จะผลักดันให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน มีองค์ประกอบการทำงาน คือ ความเชื่อมโยง ความยั่งยืน และการเตรียมความพร้อมและวางแผนสำหรับอนาคต ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดัน เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า การส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การดำเนินการเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับยุคดิจิทัล

สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจที่สิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนผลักดันในปีนี้ สามารถดำเนินการจนบรรลุผลสำเร็จ ได้แก่ การจัดทำความตกลงว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อาเซียน , การจัดทำกรอบการดำเนินการด้านดิจิทัล , การแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA เพื่อรองรับระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง และการใช้งานระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน

อาเซียนยังจำเป็นอยู่ไหม?

การรวมกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นความพยายามจะสร้างความร่วมมือและแก้ไขปัญหาภายในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็หวังจะสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลกด้วย แต่จนถึงวันนี้ก็ยังมีหลายคนตั้งคำถามว่าการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เมื่ออาเซียนเพิกเฉยกับปัญหาภายในภูมิภาคตั้งแต่เรื่องพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ไปจนถึงเรื่องโรฮิงญา

นายมาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย และผู้เขียนหนังสือ Does ASEAN Matter? แสดงความเห็นในฐานะของ ‘คนใน’ ว่า ที่ผ่านมา อาเซียนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสำคัญกับการพัฒนาของภูมิภาคอย่างมาก โดยเขาระบุว่า อาเซียนได้สร้างความเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ด้าน ได้แก่

1. การสร้างความเชื่อใจกันระหว่างประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะก่อตั้งอาเซียน ความสัมพันธ์ของประเทศในภูมิภาคนี้เป็นแบบที่ต่างคนต่างไม่ไว้วางใจกัน มีความขัดแย้งถึงขั้นสู้รบกัน แต่ในช่วง 50 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งอาเซียน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกก็ดีขึ้น และทุกประเทศก็ ‘เชื่อใจกันทางยุทธศาสตร์’

2. สถานะของประเทศสมาชิกอาเซียน นายนาตาเลกาวาอธิบายว่า การแข่งขันกันระหว่างจีนและตะวันตก ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นเบี้ยในกระดานการแข่งขันของทั้งสองฝ่าย หลายครั้งประเทศในภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ แต่เมื่อรวมเป็นอาเซียนแล้ว คนมองเห็นความสำคัญของอาเซียนมากขึ้นในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่มีอำนาจในการขับเคลื่อนสถานการณ์ในภูมิภาค

3. การสร้างให้อาเซียนมี ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง ก่อนหน้านี้ หลายประเทศในภูมิภาคจะให้ความสำคัญกับการที่ ‘รัฐเป็นศูนย์กลาง’ แต่ช่วงหลังมานี้อาเซียนให้ความสำคัญกับคนมากขึ้น มีการพัฒนาทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายนาตาเลกาวากล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนไม่ควรจะถูกละเลยจนไม่เห็นคุณค่า หากอาเซียนยังต้องการมีบทบาท ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง เพราะอาเซียนยังไม่ดีพอที่จะมีบทบาทสำคัญต่อไปในอีก 50 ปีข้างหน้า เช่น เรื่องกลไกภายในอาเซียน อาเซียนจะยกระดับคุณภาพของความร่วมมือระหว่างกัน ไม่ควรมีใครละเลย ‘ความสามัคคี’ ที่อาเซียนประคับประคองกันมานานหลายทศวรรษ นายนาตาเลกาวาเปิดเผยว่า หากมองผิวเผินอาเซียนก็มีความสามัคคีกันดี แต่เขาก็มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความแตกแยกภายใน โดยเฉพาะความลังเลใจของกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกอาเซียน

นายนาตาเลกาวาอธิบายว่า หลายครั้ง ประเทศสมาชิกเลือกที่จะไม่ใช้กลไกหรือการเจรจาแบบรวมกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยในกรณีพื้นที่พิพาทเขาพระวิหารเมื่อปี 2011 ไม่มีการพูดถึงการใช้สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) กันอย่างเป็นทางการเลย ขณะเดียวกันก็ไม่มีประเทศสมาชิกเลือกวิธีการเข้าไปเจรจากับคู่กรณีโดยตรงเลยเช่นกัน ที่ผ่านมา เรามักจะซุกปัญหาความขัดแย้งเหล่านี้ไว้ใต้พรม และใช้กลไกการเจรจาต่อรองแบบทวิภาคี

ดังนั้น เราจึงต้องใช้ความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นในการใช้กลไกของอาเซียนมาแก้ปัญหามากขึ้น เหมือนกรณีของเมียนมาในอดีต เราได้เห็นว่าอาเซียนมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของเมียนมาเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแต่ช่วงหลังมานี้ อาเซียนกลับไม่ค่อยมีบทบาทอะไรในเรื่องโรฮิงญาในรัฐยะไข่

ส่วนเรื่องการรวมศูนย์อำนาจอาเซียน นายนาตาเลกาวาระบุว่า เรายังต้องมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราทำเรื่องนี้สำเร็จแล้วหรือยัง หรือเราเพียงแต่ใช้อำนาจในการจัดประชุมกันเท่านั้น หลายประเทศเป็นเจ้าภาพการประชุมที่ดี แต่อาเซียนสามารถกำหนดรูปร่างและทิศทางการประชุมและหลักการอาเซียนได้ดีเท่ากับในอดีตหรือไม่ เช่นเรื่อง อินโดแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันการจราจรในอินโดแปซิฟิกแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ อาเซียนเคยคุยกันเรื่องนี้จนถึงปี 2014 แต่เรากลับเลือกที่จะหยุดคุยเรื่องนี้กันไปชั่วคราว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องแนวทางปฏิบัติระดับภูมิภาคกรณีทะเลจีนใต้ ซึ่งที่จริงควรจะทำสำเร็จ แต่กลับแสดงให้เห็นความแตกแยกของสมาชิกอาเซียน แทนที่จะมีแนวปฏิบัติร่วมกันของอาเซียน 10 ประเทศ กลับกลายเป็นการสรุปจุดยืนของแต่ละประเทศต่อจีน

ในแง่การให้คนเป็นศูนย์กลาง อาเซียนทำได้ดีมากในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในแง่สิทธิมนุษยชนและนิติรัฐในภูมิภาค หากมองจากสถานการณ์ในปี 2018 พบว่าโครงสร้างประชาธิปไตยกลับแย่ลงจากเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว นายนาตาเลกาวาระบุว่า อินโดนีเซียพยายามยกประเด็นเกี่ยวกับระบอบการปกครอง สิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐขึ้นมาพูดในเวทีอาเซียนหลายครั้ง ผู้นำอินโดนีเซียต้องใช้พยายามอย่างมากในการยึดมั่นหลักการ เพื่อให้มั่นใจว่าอาเซียนมีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ถ้าอินโดนีเซียไม่มีความเป็นผู้นำในด้านนี้ สิทธิมนุษยชนอาเซียนอาจย่ำแย่กว่านี้

แม้คนตั้งคำถามมาตลอดว่าอาเซียนสำคัญแค่ไหน แต่ที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า อาเซียนมีบทบาทสำคัญ แต่อาเซียนจะต้องปรับตัว อย่าคิดว่าทุกอย่างดีแล้ว และเมื่อมีความคิดเห็นไม่สอดคล้องกัน ก็ต้องไม่คิดว่าเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอาเซียน โดยยกตัวอย่างปี 2012 ที่กัมพูชาไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วมของอาเซียนในการประณามกรณีที่จีนแผ่ขยายอำนาจในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ อาเซียนร่วมมือกันแก้ปัญหา มองว่าอาเซียนควรขยายความร่วมมือทางการทูตในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ตอนนี้ ความแตกแยกถูกทำให้เป็นบรรทัดฐานไปแล้ว

นายนาตาเลกาวาระบุว่า ในปีหน้า ไทยจะเป็นประธานอาเซียน ก็จะต้องรับหน้าที่สำคัญในการกำหนดรูปร่างและทิศทางการพัฒนาอาเซียนด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลกว่าการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนเพียง 1 ปี

สงครามการค้าทำให้บริษัทฮ่องกงเริ่มมองการย้ายฐานผลิตจากจีนมา ASEAN

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเริ่มกดดันทำให้บริษัทฮ่องกงที่มีโรงงานในประเทศจีนเริ่มมองลู่ทางย้ายการผลิตมาในกลุ่มประเทศ ASEAN แล้ว ซึ่งมาเลเซียและเวียดนาม เป็นประเทศที่น่าสนใจของบริษัทเหล่านี้

ผู้ผลิตสินค้าในฮ่องกงที่มีโรงงานในประเทศจีนไม่ว่าจะเป็น ของเล่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติก เริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ในอาเซียนแทน เนื่องจากแรงกดดันจากสงครามการค้า และค่าแรงในประเทศจีนที่เริ่มเพิ่มสูงขึ้น

เริ่มดูลู่ทางย้ายโรงงานแล้ว
Clara Chan Yuen-shan ประธานอุตสาหกรรมฮ่องกง กล่าวว่า บริษัทเหล่านี้เริ่มมองประเทศในอาเซียนไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม มาเลเซีย หรือประเทศอื่นๆ ที่มีค่าแรงที่ถูก ยังรวมไปถึงแรงกดดันจากสหรัฐที่เริ่มตั้งกำแพงสินค้าจากประเทศจีน ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องมองหาทางออกใหม่ๆ

บริษัทของ Clara นั้นปู่ของเธอก่อตั้งในช่วงปี 1947 ในจีน เป็นบริษัทส่งวัตถุดิบอย่างสังกะสี หรือนิกเกิล ให้กับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ของเล่น หรืออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ โดยมีลูกค้ามากกว่า 1,200 บริษัท และเธอเองก็ได้กล่าวว่าบริษัทลูกค้าของเธอเริ่มประสบปัญหาจากเรื่องสงครามการค้าแล้ว

มาเลเซีย เวียดนามอาจชนะในเกมนี้
Ian Chan ซึ่งมีตำแหน่ง CEO ของ Kayamatics ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในเซิ่นเจิ้น เขาเองได้บินมาที่ประเทศมาเลเซีย และเริ่มพูดคุยกับบริษัทในมาเลเซียถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายฐานการผลิตบางส่วนมาไว้ที่ปีนัง

เขาพูดถึงเรื่องการย้ายฐานการผลิตว่า ตัวเขาเองเริ่มได้ยินเจ้าของโรงงานในจีนเริ่มพูดถึงการย้ายฐานการผลิตจากจีนบ้างแล้ว แต่ในทางปฏิบัตินั้นน้อยรายที่จะทำได้ และไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้เลย เพราะว่าต้องใช้เวลาอย่างต่ำที่สุดคือ 6 เดือน ในการทำสิ่งต่างๆ เช่น หาที่สร้างโรงงาน หาแรงงานในละแวกนั้นๆ

ในอาเซียน Chan มีมุมมองว่าเวียดนามและมาเลเซียได้เปรียบในเรื่องนี้ เพราะว่ามีแรงงานที่มีฝีมือคุณภาพสูง แต่เขาก็บอกว่าโรงงานในประเทศจีนก็ยังทิ้งไม่ได้ แต่โรงงานในอาเซียนเหมือนเป็นไพ่อีกใบถ้าหากเกิดอะไรขึ้นจากเรื่องสงครามการค้า

ที่มา – South China Morning Post

ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่สิงคโปร์

บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศหลายชาติ อาทิ นิวซีแลนด์ แคนาดา อิหร่าน เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สิงคโปร์ ในหลายเวที ทั้งการประชุมอาเซียนบวก 3, บวก 6 และการประชุมอาร์เซ็ป (RCEP) ในด้านเศรษฐกิจ โดย นายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงแล้ว และกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เขื่อนแตกที่ สปป.ลาว รวมถึงประกาศจะเดินหน้าเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือโดยเร็ว

นอกจากนี้ยังมี นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่เดินทางถึงสิงคโปร์ คาดว่าจะหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายชาติอาเซียนด้วย

ขณะที่ ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-จีน เห็นพ้องในการสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนจะหาข้อสรุปในร่างปฏิญญาทะเลจีนใต้ ที่ยังมีกรณีพิพาทกับหลายชาติสมาชิกอาเซียน ในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ นายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ย้ำในที่ประชุม หลังรัฐบาลจีนเชิญชาติสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ เข้าร่วมซ้อมรบทางทะเลเป็นครั้งแรกในทะเลจีนใต้ช่วงเดือนตุลาคมนี้ ว่าการซ้อมรบที่จะเกิดขึ้น จะถือเป็นก้าวใหม่ในการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และเพื่อสร้างการสื่อสารทางการทหาร ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป