Slider

ยูเนสโกประกาศให้อุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกในไทยและแหล่งที่ 5 ของอาเซียน

ยูเนสโกประกาศให้อุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกในไทยและแหล่งที่ 5 ของอาเซียน

อุทยานธรณีสตูล ถูกประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลก (UNESCO Global Geopark) แห่งแรกในประเทศไทยและแหล่งที่ 5 ของอาเซียน ที่เกิดจากการบริหารจัดการพื้นที่โดยประชาชนในชุมชนเองทั้งหมด

นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า พื้นที่แหล่งธรณีวิทยาของจังหวัดสตูล “อุทยานธรณีสตูล” ของประเทศไทย ได้ถูกประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลก หรือ UNESCO Global Geopark โดยที่ประชุมสำนักเลขาธิการยูเนสโก ครั้งที่ 204 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลังมีมติรับรองอุทยานธรณีสตูลเข้าเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) แห่งแรกในประเทศไทย ถือเป็นอุทยานธรณีระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทยและแหล่งที่ 5 ของอาเซียน ซึ่งส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา ไทยจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น ช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน และเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์และเสริมสร้างความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติทั่วโลก สิ่งสำคัญที่ได้รับการคัดเลือกมาจากการบริหารจัดการพื้นที่โดยประชาชนในชุมชนเองทั้งหมด โดยยูเนสโกจะประเมินทุก 4 ปี หากอุทยานธรณีโลกแห่งใดมีการบริหารจัดการที่บกพร่องสามารถถูกถอดถอนจากการเป็นสมาชิกได้ แล้วต้องเว้นระยะเวลาอีก 2 ปี จึงจะสมัครใหม่ได้bjkdergisi.com

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวย้ำว่า อุทยานธรณีสตูล มีแหล่งคุณค่าด้านธรณีวิทยามากกว่า 30 แหล่ง โดยเฉพาะความหลากหลายของซากดึกดำบรรพ์สัตว์ทะเลที่พบต่อเนื่องและหลากหลายในชั้นหินทั้ง 6 ยุค ของมหายุคพาลีโอโซอิก ซึ่งไทรโลไบท์สายพันธุ์ใหม่ที่พบครั้งแรกในประเทศไทยถึง 4 สายพันธุ์ และหินแบคทีเรียโบราณสโตรมาโตไลต์ ลำดับชั้นหินแบบฉบับของโลก ภูมิประเทศหินปูนที่มีถ้ำและความสวยงามระดับโลก หมู่เกาะเภตราและตะรุเตา รวมถึง มีโบราณสถาน วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวเล และความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมาก

เปิดขบวนรถไฟ ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ เชื่อมรถไฟ 2 ประเทศรับ AEC

รฟท. ทำพิธีเปิดเดินขบวนรถไฟ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เชื่อมโยงเส้นทางไทย-มาเลเซีย และสามารถต่อรถไฟไปสิงคโปร์ได้ ต้อนรับประชาคมอาเซียน

วันที่ 21 ธันวาคม 2558 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เป็นประธานเปิดขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ โดยจะมีการเดินขบวนแรกในวันพรุ่งนี้ (22 ธันวาคม) ซึ่งเส้นทางรถไฟสายนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างไทยและมาเลเซีย และเพื่อต้อนรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางรถไฟสายดังกล่าว เพื่อรองรับการเปิดสถานีรถไฟร่วม 2 ประเทศ คือ สถานีปาดังเบซาร์ ตั้งอยู่ในเขตของสหพันธรัฐมาเลเซีย และที่ตั้งอยู่ในฝั่งไทย รวมทั้งเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจากมาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยหลังจากที่มาเลเซียเปิดรถไฟฟ้าสถานีรางคู่มาถึงปาดังเบซาร์แล้ว จะทำให้การเดินทางจากปาดังเบซาร์สู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ต่อไปยังรัฐยะโฮร์บารู และเชื่อมรถไฟต่อไปยังสิงคโปร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

โดยเส้นทางดังกล่าวจะใช้การทั้งด้านเดินรถสินค้า และด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนการโดยสารรถไฟในเขตประเทศไทยก่อนผ่านแดนไปยังสถานีปาดังเบซาร์นั้น จะใช้งานที่จุดหยุดรถ สทล.973.31 เป็นเพียงที่หยุดรถก่อนเข้าเขตแดนมาเลเซีย แต่ไม่สามารถจำหน่ายตั๋ว หรือขนส่งสินค้าชนิดหีบห่อได้อย่างสะดวก เนื่องจากการรถไฟฯ มาเลเซีย (KTMB) มีการเปิดเดินขบวนรถด่วนไฟฟ้า (ETS) จากสถานีสำคัญ ๆ มาปลายทางยังสถานีปาดังเบซาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย การรถไฟฯ จึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการที่มีความประสงค์จะใช้บริการรถไฟฟ้าด่วน ETS ที่สถานีปาดังเบซาร์เท่านั้นbjkdergisi.com

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป กำหนดให้มีขบวนรถหยุดเพื่อการโดยสาร ดังนี้

ขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 35 กรุงเทพฯ – บัตเตอร์เวอร์ธ ปซ.2 ถึง 07.49 น. ออก 07.52 น.

ขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 36 บัตเตอร์เวอร์ธ – กรุงเทพฯ ปซ.2 ถึง 17.45 น. ออก 07.52 น.

ขบวนรถด่วนเพนนินซูล่าที่ 953 ชุมทางหาดใหญ่ – JB Sentral ปซ.2 ถึง 16.55 น. ออก 16.57 น.

ขบวนรถด่วนเพนนินซูล่าที่ 954 JB Sentral – ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 10.23 น. ออก 10.24 น.

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 947 ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ (MY) ปซ.2 ถึง 08.18 น. ออก 08.22 น.

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 978 ปาดังเบซาร์ (MY) – ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 08.58 น. ออก 09.02 น.

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 949 ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ (MY) ปซ.2 ถึง 13.55 ออก 13.58 น.

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 950 ปาดังเบซาร์ (MY) – ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 14.43 น. ออก 14.46 น.

สำหรับรถไฟขบวนพิเศษนี้ มีทั้งสิ้น 4 ขบวน ไป-กลับ 2 คัน 128 ที่นั่ง ราคาค่าโดยสาร 80 บาทต่อคน โดยจุดขายตั๋วและจุดจอดของรถไฟจะมี 3 สถานีคือ ชุมทางหาดใหญ่ สถานีรถไฟคลองแงะ และสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ 2 ฝั่งไทย ซึ่งผู้ที่ต้องการเดินทางไปสถานีปาดังเบซาร์ ฝั่งมาเลเซีย ต้องผ่านด่านศุลกากรก่อน แล้วจึงต่อขบวนรถไฟไปได้ทันที

คำทักทายของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ชาติอาเซียน

เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้การทำธุรกิจต่าง ๆ ระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันเกิดความเสรี คล่องตัวมากขึ้น ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าชาวไทยต้องศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาของเพื่อนบ้าน เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และวันนี้เรามีคำทักทายของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ชาติอาเซียน ได้แก่ ประเทศบรูไน พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม มาฝากกัน

บรูไนและมาเลเซีย ซาลามัด ดาตัง (หมายเหตุ บรูไนและมาเลเซียใช้ภาษาเดียวกัน) หมายถึง สวัสดี

 

กัมพูชา อรุณซัวซะเดย หมายถึง สวัสดีตอนเช้า
ทิวาซัวซะเดย หมายถึง สวัสดีตอนเที่ยงจนถึงเย็น

 

อินโดนีเซียbjkdergisi.com

เซลามัทปากิ หมายถึง สวัสดีตอนเช้า
เซลามัทซิแอง หมายถึง สวัสดีตอนเที่ยง
เซลามัทซอร์ หมายถึง สวัสดีตอนเย็น
เซลามัทมายัม หมายถึง สวัสดีตอนค่ำ

 

ลาว สะบายดี หมายถึง สวัสดี

 

พม่า มิงกะลาบา หมายถึง สวัสดี

 

ฟิลิปปินส์ กูมูสต้า หมายถึง สวัสดี

 

สิงคโปร์ หนี ห่าว (ใช้เหมือนจีน เพราะประชากรส่วนใหญ่ในสิงคโปร์เป็นชาวจีน) หมายถึง สวัสดี

 

ไทย สวัสดี

 

เวียดนาม ซินจ่าว หมายถึง สวัสดี

ทั้งหมดคือคำทักทาย 10 ชาติในอาเซียน สั้น ๆ เข้าใจง่าย และทางกระปุกดอทคอมหวังว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สามารถนำไปทักทายเพื่อน ๆ ในประเทศอาเซียนนะคะ

อาหารอาเซียน 10 ประเทศ

1. ประเทศไทย

Tomyum

ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารคาวที่เหมาะสำหรับรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมของสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบในต้มยำกุ้ง นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วย
กระตุ้นการเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี

2.ประเทศกัมพูชา

อาม็อก เป็นอาหารคาวยอดนิยมของกัมพูชา มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยเป็นการนำเนื้อปลาสด ๆ ลวก พริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง
อาจใช้เนื้อไก่แทนก็ได้

3.ประเทศบรูไน

อัมบูยัต เป็นอาหารยอดนิยมของบรูไน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ตัวแป้งจะเหนียวข้นคล้ายข้าวต้ม หรือโจ๊ก โดยมีแป้งสาคูเป็นส่วนผสมหลัก ตัวแป้งอัมบูยัตไม่มีรสชาติ แต่
ความอร่อยจะอยู่ที่การจิ้มกับซอสผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอีก 2-3 ชนิด เช่น ผักสด เนื้อห่อใบตองย่าง หรือเนื้อทอด

4.ประเทศพม่า

หล่าเพ็ด เป็นอาหารยอดนิยมของพม่า โดยการนำใบชาหมักมาทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่าง ๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว เรียกได้ว่า มีลักษณะ
คล้ายคลึงกับเมี่ยงคำของประเทศไทย

5.ประเทศฟิลิปปินส์

อโดโบ้ เป็นอาหารยอดนิยมของประเทศฟิลิปปินส์ ทำจากเนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ที่ผ่านการหมัก และปรุงรส โดยจะใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยอบในเตาอบ หรือทอด แล้วนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ

6.ประเทศสิงคโปร์

ลักซา อาหารขึ้นชื่อของประเทศสิงคโปร์ ลักซามีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่กะทิ ทำให้รสชาติเข้มข้น คล้ายคลึงกับข้าวซอยของไทย โดยลักซาจะมีส่วนผสมของ
กุ้งแห้ง พริก กุ้งต้ม และหอยแครง เหมาะสำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารทะเลเป็นอย่างยิ่ง

7.ประเทศอินโดนีเซียudhr60.org

กาโด กาโด อาหารยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผัก และธัญพืชหลากหลายชนิด ทั้งแครอท มันฝรั่ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วเขียว นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้
และไข่ต้มสุกด้วย กาโด กาโดจะนำมารับประทานกับซอสถั่ว

8.ประเทศลาว

สลัดหลวงพระบาง เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสชาติกลาง ๆ ทำให้รับประทานได้ทั้งชาวตะวันออก และตะวันตก โดยส่วนประกอบสำคัญคือ ผักน้ำ ซึ่งเป็น
ผักป่าที่ขึ้นตามริมธารน้ำไหล และยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น มันแกว แตงกวา มะเขือเทศ ไข่ต้ม ผักกาดหอม และหมูสับลวกสุก ส่วนวิธีปรุงรสคือ ราดด้วยน้ำสลัดชนิดใส คลุก
ส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และถั่วลิสงคั่ว

9.ประเทศมาเลเซีย

นาซิ เลอมัก อาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย โดยนาซิ เลอมัก จะเป็นข้าวหุงกับกะทิ และใบเตย ทานพร้อมเครื่องเคียง 4 อย่าง ได้แก่ ปลากะตักทอดกรอบ แตงกวาหั่น ไข่ต้มสุก และถั่วอบ

10.ประเทศเวียดนาม

เปาะเปี๊ยะเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่โด่งดังที่สุดของประเทศเวียดนาม ความอร่อยของเปาะเปี๊ยะเวียดนาม อยู่ที่การนำแผ่นแป้งซึ่งทำจากข้าวจ้าวมา
ห่อไส้ ซึ่งอาจจะเป็นไก่ หมู กุ้ง หรือหมูยอ โดยนำมารวมกับผักสมุนไพรอีกหลายชนิด เช่น สะระแหน่ ผักกาดหอม และนำมารับประทานคู่กับน้ำจิ้มหวาน โดยจะมีถั่วคั่ว แครอท
ซอย ไชเท้าซอย ให้เติมตามใจชอบ

ชุดประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ อาเซียน

 ชุดประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ อาเซียน

 1.ชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย

สำหรับชุดประจำชาติมาเลเซียของผู้ชาย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาว

2. ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม
อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็น ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับ กางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรือพิธีศพ

3. ชุดประจำชาติของประเทศพม่า
ชุดประจำชาติของชาวพม่าเรียกว่า ลองยี (Longyi) เป็นผ้าโสร่งที่นุ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในวาระพิเศษต่าง ๆ ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตคอปกจีนแมนดารินและเสื้อคลุมไม่มีปก บางครั้งจะใส่ผ้าโพกศีรษะที่เรียกว่า กอง บอง (Guang Baung) ด้วย ส่วนผู้หญิงพม่าจะใส่เสื้อติดกระดุมหน้าเรียกว่า ยินซี (Yinzi) หรือเสื้อติดกระดุมข้างเรียกว่า ยินบอน (Yinbon) และใส่ผ้าคลุมไหล่ทับ

4. ชุดประจำชาติของประเทศบรูไน
ชุดประจำชาติของบรูไนคล้ายกับชุดประจำชาติของผู้ชายประเทศมาเลเซีย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคมแบบอนุรักษ์นิยม เพราะบรูไนเป็นประเทศมุสสิม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุภาพเรียบร้อย

5. ชุดประจำชาติของประเทศลาว
ผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล หรือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด คล้ายเสื้อพระราชทานของไทย

6. ชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย
เกบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซียสำหรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก ส่วนการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรือเตลุก เบสคาพ (Teluk Beskap) ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ง และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด

7. ชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์
ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak)

8. ชุดประจำชาติของประเทศไทย
สำหรับชุดประจำชาติอย่างเป็นทางการของไทย รู้จักกันในนามว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” โดยชุดประจำชาติสำหรับสุภาพบุรุษ จะเรียกว่า “เสื้อพระราชทาน”
สำหรับสุภาพสตรีจะเป็นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืนโดยชุดไทยพระราชนิยม แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

  1. ชุดไทยเรือนต้น
  2. ชุดไทยจิตรลดา
  3. ชุดไทยอมรินทร์
  4. ชุดไทยบรมพิมาน
  5. ชุดไทยจักรี
  6. ชุดไทยจักรพรรดิ
  7. ชุดไทยดุสิต
  8. ชุดไทยศิวาลัย

9. ชุดประจำชาติของประเทศกัมพูชา
ชุดประจำชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีทั้งแบบหลวมและแบบพอดี คาดทับเสื้อบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทำจากไหมหรือฝ้าย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซัมปอตสำหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น นิยมทำลวดลายตามขวาง ถ้าเป็นชนิดหรูหราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง

10. ชุดประจำชาติประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัว เสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาเซียน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาเซียน

เรื่องน่ารู้
เรื่องน่ารู้

คำขวัญ

“One Vision, One Identity, One Community”
(หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม)

สัญลักษณ์อาเซียน

ต้น ข้าวสีเหลือง 10 ต้น มัดรวมกันไว้ หมายถึง ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศรวมกัน เพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยสีที่ปรากฏในสัญลักษณ์ของอาเซียน เป็นสีที่สำคัญของธงชาติของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน
สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง