Slider

ไฟเขียวร่วมมืออาเซียน

เห็นชอบกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมลงนาม รมต.ต่างประเทศอาเซียน กระชับความร่วมมือเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงในภูมิภาค

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการต่างประเทศร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 51 ระหว่างวันที่ 31 ก.ค-4 ส.ค. 2561 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ และลงนามในแถลงการณ์ร่วมและรับรองผลการประชุมที่เกี่ยวข้องของสมาชิกในกลุ่มอาเซียนตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2025 ใน 3 เสาหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในภูมิภาค

ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะบูรณาการทางเศรษฐกิจ เช่น การร่วมกันพัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก การอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักธุรกิจ นักวิชาชีพในภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการสนับสนุนทางการเงินและเน้นย้ำในเรื่องการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศนอกภูมิภาค

ขณะที่ความร่วมมือด้านประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน จะร่วมกันพัฒนาประชาคมอาเซียนในเรื่องสนับสนุนเยาวชน เพื่อรองรับการเติบโตของอาเซียนในอนาคต และร่วมกันทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา นอกจากนั้น จะร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ การตั้งคณะกรรมการอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ เพื่อเสริมสร้าง และประสานการทำงานช่วยเหลือกัน

ด้านการเมืองและความมั่นคงอาเซียน จะร่วมรับรองปฏิญญามะนิลาว่าด้วยการต่อต้านการเกิดขึ้นของแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงด้านการก่อการร้าย และร่วมต่อต้านภัยคุกคามยาเสพติด การก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยจะร่วมกันในการอาชญากรรมทางไซเบอร์ ตามการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 31 ที่ผ่านมา การส่งตัวผู้ก่อการร้ายข้ามแดน การป้องกันและต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ การพัฒนาความร่วมมือทางทะเลและความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน

นอกจากนั้น จะลงนามในร่างแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและรัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสนับสนุนสตรี สันติภาพและความมั่นคงในการประชุมอาเซียน เป็นต้น

สำหรับแนวทางความร่วมมือในปี 2018-2020 จะเน้นย้ำเรื่องของความร่วมมือทางทะเล การทำยุทธศาสตร์ร่วมกันในการป้องกันภัยพิบัติ การไม่แพร่กระจายและการลดอาวุธในกลุ่มประเทศอาเซียน